Blogger

Blogger

เขียนโดย ภีร์ธร วุฒิพิทักษ์สถาพร

จากวิศวกรโยธาผันตัวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจด้าน Marketing Online  ด้วยความชอบในการเขียนเว็บไซต์และDigital Marketing จึงได้มีโอกาสออกแบบเว็บไซต์และโฆษณามาแล้วมากมายทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ฟิเน็กซ์ดิไซน์ จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งเพื่อให้บริการด้านออกแบบเว็บไซต์ และทำการตลาดธุรกิจOnline

www.finexdesign.com

Line : @finexworld

โทร 065-164-2649

เตือนภัยมิจฉาชีพ แอบอ้างชื่อบริษัท ฮาชิจูนิ แบ็งค์ ลิมิเต็ด จำกัด แอบอ้างทำเว็บเถื่อน หลอกคนโอนเงินประกันสินเชื่อ ช่อโกงประชาขน

Untitled-14
"เตือนภัย ขณะนี้ มีมิจฉาชีพ แอบอ้างชื่อ เดอะฮาชิจูนิ แบ๊งค์ ลิมิเต็ด จำกัด สร้างเว็บปลอมปล่อยกู้สินเชื่อ  มิจฉาชีพดังกล่าวได้ขโมยสคลิปเว็บไซต์บริษัทฟิเน็กซ์ดิไซน์ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพแม้แต่น้อย ซึ่งการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายและความเข้าใจผิดให้กับบริษัทฟิเน็กซ์ดิไซน์เป็นอย่างมาก อีกทั้งนำชื่อบริษัทของเราไปแอบอ้างว่าเป็นผู้ผลิตเว็บไซต์ให้กับมิจฉาชีพดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพรายนี้

เบื้องต้นบริษัทฟิเน็กซ์ดิไซน์ ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อชี้แจ้งว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทมิจฉาชีพดังกล่าว และประชาสัมพันธ์พฤติกรรมช่อโกงของเครือข่ายมิจฉาชีพ ที่อ้างชื่อว่า  เดอะฮาชิจูนิ แบ๊งค์ ลิมิเต็ด จำกัด ขอให้ลูกค้าและประชาชน
โปรดระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพรายดังกล่าว เพราะท่านอาจจะถูกหลอกโอนเงินค้ำประกันสินเชื่อเพื่อแลกกับวงเงินที่ท่านต้องการกู้  ขอเตือนประชาชนอย่าหลงกลมิจฉาชีพ ที่อ้างชื่อว่า  เดอะฮาชิจูนิ แบ๊งค์ ลิมิเต็ด จำกัด เป็นอันขาด(โปรดดูรูปภาพประกอบหน้าตา app หลอกลวงประชาชน)


ข้อสังเกตุมิจฉาชีพ

1.เว็บไซต์ของมิจฉาชีพจะใช้ชื่อว่า http://www.kasikornbank6666.com/   และ https://www.by22755.xyz/ เป็นหน้าเว็บที่ใช้หาเหยื่อเพื่อมาขอกู้เงิน

2.มิจฉาชีพได้ขโมยคัดลอกสคลิปเว็บไซต์ ของบริษัทฟิเน็กซ์ดิไซน์ ไปใช้สร้างเว็บปลอมหลอกลูกค้า แต่คัดลอกไม่สมบูรณ์ทำให้เว็บแสดงผลขาดๆเกิน รวมถึงขโมยผลงานและรูปภาพรีวิวต่างๆของเว็บไซต์ลูกค้าไปแอบอ้างว่าเป็นธุรกิจของตัวเอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เป็นภัยสังคม หลอกลวง และละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นอย่างชัดเจน

3.มิจฉาชีพได้เปลี่ยนรูปแบบ Line Official ตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจเจอ
4.มิจฉาชีพแอบอ้างว่าผลิตเว็บสินเชื่อกับบริษัทฟิเน็กซ์ดิไซน์ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะบริษัทฟิเน็กซ์ดิไซน์ ไม่เคยรับงานกับมิจฉาชีพรายนี้แน่นอน100%
5.พฤติกรรมไม่เกรงกลัวกฎหมาย กล้าโกงซึ่งๆหน้า พอจับได้ก็แถไปเรื่อย Admin ที่ตอบจะเป็นผู้หญิง และเบอร์ที่แอบอ้างช่อโกง คือ 080-930-8037 บุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นหัวหน้า Admin ชื่อ นาย นเรศ 

 

Untitled-13Untitled-13

 

 

74459

74255

พอทักไปสอบถามก็ท้าทาย ไม่กลัวกฎหมาย ขอเอกสารยืนยันตัวตน ก็ไม่ยอมส่ง
มิจฉาชีพชัดๆ 

 

74576Line ของมิจฉาชีพ ใช้โลโก้ ของ hachi chuni ซึ่งเป็นบริษัทการเงินของประเทศญี่ปุ่นมาแอบอ้างหลอกลวงคน

 

 

57

 

ปัจจุบัน เชื่อว่ามีน้อยคนมากที่จะไม่รู้จักกับ คำว่า Google ระบบค้นหาข้อมูลที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูงทีสุดบนโลกออนไลน์ ซึ่งจากสถิติแล้วพบว่าในหนึ่งวันมีคนทั่วโลกใช้ Google ค้นหาสิ่งต่างๆจากโลกออนไลน์สูงถึงวันละ 5000 ล้าน ครั้ง/ต่อวัน .....นับว่าเป็นสถิติที่สูงมาก    ทำให้Google เก็บสถิติการค้นและพัฒนาขึ้นมาเป็นระบบตัวช่วยเพื่อเช็คค่าสถิติของความนิยมKeywordในแต่ละคำว่ามีการค้นหาเท่าไร...ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ นักธุรกิจ และรวมไปถึงนักการตลาดอย่างผมด้วย

 

วิธีใช้Google Keyword Planer เพื่อใช้ประยุกต์ในการทำธุรกิจ 

1

 

 

2

 

 

2

 

 

2

 

 

2

 

 

ประโยชน์ของการใช้ Google Keyword Planner 

1.ทำให้รู้ความต้องการของสินค้านั้นๆ ว่ามีมากหรือน้อยเพียงใด มีการค้นหากี่ครั้งต่อเดือน 

 

2.ช่วยลดโอกาสขาดทุนในการทำธุรกิจ...ยกตัวอย่าง หากคุณกำลังจะลงทุนขายสินค้า รองเท้าแตะ...แต่พอได้เช็คสถิติการค้นหาแล้ว กลับพบว่าคำว่า รองเท้าแตะนั้นมีการค้นหาที่น้อยกว่าที่คิดเป็นอย่างมาก...นั่นเท่ากับว่ามันก็อาจจะไม่คุ้มที่จะเสี่ยงขายสินค้าชิ้นนี้ เพราะความต้องการของตลาดน้อยมากนั่นเอง


3.ช่วยให้เราปรับตัวทันต่อเทรนเศรษฐกิจโลกได้เร็วขึ้น ....ยกตัวอย่างเช่น หากเราสนใจธุรกิจ ให้ลองใช้Keyword Planner ค้นหา แล้วพบว่ามีสถิติค้นหาของธุรกิจนั้นสูง นั่นหมายความว่าคุณก็สามารถที่จะมีโอกาสทำธุรกิจนั้นได้ก่อนใคร หรือทำเป็นคนแรกๆ สร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจคุณได้อีกครับ

 

Untitled-1

 

การตลาดแบบ SEO สุดยอดเทคนิคเพิ่มลูกค้าจากโลกออนไลน์


ในยุคปัจจุบันนี้ มีคนจำนวนมากที่หันมาให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจออนไลน์ ไมว่าจะเป็นเว็บไซต์ , Youtube ,Facebook ซึ่งล้วนแล้วแต่มีฐานผู้ใช้งานในระบบเป็นจำนวนหลักล้านคนทั้งสิ้น..แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักคำว่า SEO ซึ่งวันนี้ผมจะขออธิบายง่ายๆให้ท่านที่ยังไม่มีความรู้ตรงนี้ได้เข้าใจถึงพลังseoการตลาดที่ได้ชื่อว่าสามารถหาลูกค้าตัวจริงให้กับธุรกิจคุณได้โดยไม่ต้องจ้างเซลล์ให้ปวดหัว เพียงแค่คุณมีเวลา รู้จริง ก็สามารถเริ่มต้นทำมันจากที่ไหนก็ได้บนโลกนี้



-SEO คืออะไร
SEO ย่อมากจาก Search Engine Optimize หมายถึงการปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้เตะตา หรือติดอันดับการค้นหาบนGoogle Search ผ่านการค้นหา แบบ Keyword

 ยกตัวอย่างเช่น เราทำธุรกิจรับสร้างบ้านซึ่งเราเองก็มีเว็บไซต์ของธุรกิจเราที่มีชื่อว่า นายรับสร้างบ้าน.com  แต่จะทำยังไงหละให้คนค้นหาคำว่า รับสร้างบ้าน แล้วปรากฏเว็บไซต์ของเราขึ้นบนหน้าแรกๆ หรืออันดับต้นๆ ของ Google ซึ่งการใช้เทคนิคต่างๆให้ลููกค้าพิมพ์คำค้นหาบนGoogle นี้แหละครับที่เรียกว่าSEO หรือจะนิยามง่ายๆ ก็คือ ปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกGoogle นั่นเองครับ
 finex-google-adwords-7


-อยากทำSEO ต้องเริ่มต้นอย่างไร
สิ่งสำคัญสิ่งแรกของการทำSEOที่เห็นผลได้ชัดเจนที่สุดคือ "คุณต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก่อนครับ" ถามว่าทำไมต้องเว็บไซต์เป็นFacebook ไม่ได้เหรอ? ตรงนี้ผู้เชียนบอกตามตรงจากประสบการณ์ของผู้เขียนได้เลยครับว่าโดยปกติแล้วเว็บไซต์จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าFacebookครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าFacebookนั้นจะทำSeO ไม่ได้ ซึ่งจริงๆมันก็ทำได้ครับ แต่อาจจะใช้เวลานาน และเห็นผลน้อยกว่าเว็บไซต์นั่นเองครับ

-มาเริ่มต้นทำSEO ให้เว็บไซต์ของเรากันเลย
1.อันดับแรก..เราต้องวิเคราะห์ให้ขาดว่าเว็บไซต์ที่เราต้องการทำSEOนั้น…….เกี่ยวข้องกับธุรกิจหริอบริการอะไร

2.เมื่อได้รายละเอียดที่ชัดเจนแล้ว....ยกตัวอย่างเช่นเรามีเว็บไซต์ ชื่อว่า นายรับเหมาก่อสร้าง.com .....นั่นหมายความว่าเราต้องทำ ปรับแต่งเว็บไซต์ของเราให้ดูมีความสอดคล้องกับธุรกิจก่อสร้างให้มากที่สุด....ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพประกอบ   , การเรียบเรียงเนื้อหาเว็บไซต์ ,ตลอดจนโครงสร้างเว็บไซต์  ให้มีความเป็นเอกลักษณ์ในธุรกิจที่ทำอยู่แบบมากที่สุดเท่าที่คุณจะปรับได้ครับ

3.ให้พยายามเขียนบทความ เน้นย้ำว่าเป็นบทความ ที่ความเกี่ยวข้องหรือสอดคล้องกับธุรกิจของเรา ...ยกตัวอย่างเช่นเรามีเว็บไซต์ ชื่อว่า นายรับเหมาก่อสร้าง.com .....นั้นหมายความว่าเราสามารถเลือกบทความที่เกี่ยวข้องได้ ยกตัวอย่างดังต่อไปนี้ 

**เทคนิคการออกแบบบ้านในงบราคาไม่เกิน 2 แสนบาท 

**บ้านที่ดีควรลงเสาเข็มแบบใหน
**วัสดุสร้างบ้านที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมทีสุดในปัจจุบัน
....ซึ่งใน 3 รายการที่ผมยกมา คุณจะเห็นได้ว่าเป็นบทความที่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักในเว็บไซต์ที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาก็คือ...นายรับเหมาก่อสร้าง.com


4.ให้โพสบทความที่เราเขียนขึ้นมาลงในเว็บไซต์ของเรา...ดังนั้นเว็บไซต์ที่ต้องการทำSEO จึงควรสร้างเมนูในส่วนของบทความขึ้นมาด้วย เพื่อเอาไว้รองรับการทำSEOโดยเฉพาะครับ

5.อย่าหยุดทำครับ...ให้ย้อนกลับไปดูข้อที่ 3......ให้คุณเขียนบทความ หรือเขียนสาระ ความรู้ ลงในเว็บไซต์ธุรกิจที่คุณทำอยู่เรื่อยๆ และทำอย่างสม่ำเสมอ เดี๋ยวผลลัพธ์ก็ตามมาเองครับ

 

 

บทสรุป ขอเพียงคุณตั้งใจ อดทนทำตามวิธีที่ผมบอกไปทั้ง 5 ข้อ รับประกันได้เลยว่าเว็บไซต์ของคุณก็จะถูกค้นหาเจอบนGoogle อย่างแน่นอน และถูกมองเห็นในหน้าแรกๆ ดีไม่ดีติดอันดับ1 เลยด้วยซ้ำครับ  ซึ่งวิธีนี้ผมแนะนำให้เพื่อนและลูกค้าผมหลายคนทำซึ่งกว่า80 % ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จกันหมด  ได้ลูกค้า ได้ยอดขาย จากการค้นหาGoogle แล้วก็เจอเว็บไซต์ของเราขึ้นอันดับแรกครับ...งานนี้มีแต่รับทรัพย์ยาวๆ ครับผม

mamoji3---Copy

แน่นอนว่าสถานการณ์แพร่ระบาดจากไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักหนาสาหัสให้กับทุกกลุ่มธุรกิจในเมืองไทย ทำให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนไป หลายๆธุรกิจต้องหยุดการผลิตและไม่ได้ไปต่อ แต่ก็ยังมีธุรกิจอีกหลายๆแบรนด์ที่สามารถตั้งรับอีกทั้งยังสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาศ ใช้จังหวะเวลานี้สร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่มีแนวโน้มไปต่อได้อย่างแน่นอนในปี 2564

 

MAMOJI แบรนด์เครื่องสำอางน้องใหม่ พร้อมปล่อยหมัดเด็ดสู้ศึกในตลาดวงการสกินแคร์

MAMOJI (มาโมจิ) แบรนด์เครื่องสำอางบำรุงผิว โดยใช้เวลามากกว่า 5 ปี ในการระดมเงินทุน ออกแบบวิจัย ตลอดจนปรับปรุงและพัฒนาสูตรเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีคุณภาพมาตรฐาน ให้ความรู้สึกนุ่มละมุน อ่อนโยน เบาสบาย ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด

แต่หลายๆคนนั้นไม่ทราบว่าผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์MAMOJI นั้นคือ คุณ พิสน วุฒิพิทักษ์สถาพร ผู้ก่อตั้งบริษัทฟิเน็กซ์ดิไซน์ ซึ่งเป็นบริษัทแถวหน้าด้านการทำเว็บไซต์ และDigital Marketing ที่มีความพร้อมทั้งอุปกรณ์ เทคโนโลยี และ เทคนิคทำโฆษณาระดับเทพที่อยู่เบื้องหลังกำไรหลายพันล้านของธุรกิจมากมายในประเทศไทย 

และในวันนี้เอง Mamoji จึงนับได้ว่าเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่มีความแข็งแกร่งด้านภาพลักษณ์ที่ชัดเจนไปทางมินิมอล นุ่มละมุน แบบธรรมชาติในสไตล์ญี่ปุ่น และมีแนวโน้มเติบโตอย่างสูงในอนาคตอย่างแน่นอนจากแรงสนับสนุนของบริษัทแม่อย่าง"บริษัทฟิเน็กซ์ ดิไซน์" ที่พร้อมผลักดันด้านการตลาดออนไลน์ พร้อมสร้างคอนเท้นโฆษณาสุดครีเอทแบบ Non Stop ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ ,Google,Facebook,Line Official ,Youtube ตลอดจนContentส่งเสริมการตลาดแบบไม่อั้น เพราะเจ้าของแบรนด์MAMOJIนั้นมีสตูดิโอผลิตโฆษณาเป็นของตัวเอง ทำให้ลดต้นทุนด้านการตลาดไปอย่างมหาศาล เกิดความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในทุกๆด้าน

 

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ MAMOJI
www.mamoji.shop

 

 

1111

rev

67---Copy

sef

Untitled-2

 

แน่นอนว่ามีเพื่อนๆหลายคน ที่มีความสนใจอยากจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง ซึ่งการที่จะมีเว็บไซต์นั้น เราสามารถทำได้ด้วยการเขียนเว็บด้วยตัวเอง โดยอาศัยความรู้ในการเขียนโปรแกรม เพื่อนำความรู้ดังกล่าวมาใช้ในการควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ ทั้งนี้เรายังสามารถเลือกใช้เว็บสำเร็จรูป เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างเว็บไซต์ได้อีกด้วย การที่จะมีเว็บไซต์ในปัจจุบัน จึงถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีหลากหลายทางเลือก ที่เราสามารถเลือกได้ อย่างไรก็ตามการที่จะมีเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพนั้น แม้การมีเว็บไซต์จะเป็นเรื่องง่าย แต่เว็บที่มีประสิทธิภาพ ที่ช่วยให้เราสร้างยอดขาย หรือสร้างการเข้าถึง ทำให้เราเห็นผลลัพธ์อย่างที่เราต้องการนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นเราจะต้องทำเว็บออกมาให้มีประสิทธิภาพ หากใครยังขาดความรู้ในการเขียนโปรแกรม หรือขาดทักษะในการออกแบบเว็บไซต์ แนะนำว่าให้เราใช้บริการกับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ บริษัทจะมีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในการออกแบบเว็บไซต์ รวมทั้งมีกลยุทธ์ทางการตลาดเยอะมาก เพราะเก็บข้อมูลมาหลายปี ซึ่งวันนี้เราก็ขอนำเสนอถึงพลังทวีที่เรียกว่า Leverage Power จากการมีเว็บไซต์เป็นของตนเองมาฝากท่าน เพื่อให้ท่านที่อยากมีเว็บไซต์ มั่นใจได้ว่าการมีเว็บสักเว็บนั้น ท่านจะได้ประโยชน์จากมันอย่างคุ้มค่าอย่างแน่นอน

front-view-elder-woman-holding-laptop23-2148475025

 

พลังทวีหรือ Leverage Power ที่ท่านได้รับจากการมีเว็บไซต์นั้น เป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึง เพราะการทำตลาดเป็นโลกออนไลน์ เป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายๆคน ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดพลังทวีขึ้นได้นั้น มาจากการที่เรามีเว็บไซต์ จะทำให้ธุรกิจของเรา เกิดการเข้าถึงจากผู้คนทั่วโลก ไม่เหมือนกับการมีหน้าร้านปกติทั่วไป เพราะการที่มีหน้าร้านปกติทั่วไปนั้น เรากลับได้รับการเข้าถึงจากผู้คนในละแวกนั้นที่ร้านเราตั้งอยู่เท่านั้น ในขณะเดียวกัน หากเรามีหน้าร้านออนไลน์นั้น นอกจากเราจะขายในพื้นที่บ้านแล้ว เรายังสามารถที่จะนำเสนอสินค้าให้กับผู้คนจากทั่วโลก จากที่มีลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าเราได้เพียง 100 คน กลับกลายเป็นว่าเราสามารถเข้าถึงได้ถึงหลักล้านคนเลยทีเดียว ดังนั้นอยู่ที่เราแล้วว่าเราจะมีวิธีในการปิดการขายอย่างไร หรือนำเสนอสินค้าอย่างไรเพื่อสร้างความสนใจ ให้สินค้าหรือบริการของเรานั้น สามารถที่จะขายออกไปได้มากที่สุด นี่แหละคือพลังทวีที่มาจากการใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์ ดังนั้นแม้ว่าการจ้างทำเว็บไซต์นั้น จะมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่เงินก้อนที่ต้องใช้ในงวดแรกนั้น เราจ่ายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคตแล้ว เพราะเงินก้อนที่เราจ่ายมีแค่ครั้งแรก ที่จะต้องจ่ายเป็นค่าออกแบบและค่าเขียนโปรแกรมเท่านั้น แม้จะมีค่าใช้จ่ายอื่นตามมาบ้าง แต่มักจะเป็นค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา อาทิเช่น ค่าดูแลเว็บไซต์ ค่าโฮสติ้ง และค่าโดเมนเท่านั้นเอง

 

แม้ว่าการที่เราจะมีเว็บไซต์สักเว็บนั้น อาจเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเท่านั้น แต่ทราบหรือไม่ว่าพฤติกรรมของคนในยุคสมัยปัจจุบันนั้น ได้เปลี่ยนไปแล้ว คนในสมัยก่อน หากต้องการซื้อสินค้าสักชิ้น ก็ยอมที่จะเสียเวลาเดินทางไปซื้อถึงหน้าร้าน เพราะคาดหวังว่าจะได้สินค้าตามที่ต้องการ แต่พอเวลาผ่านไป การซื้อสินค้าออนไลน์เริ่มสะดวกและเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะคนสมัยใหม่ต้องการรักษาเวลา อยากจะบริหารเวลาให้ดีที่สุด อยากใช้เวลาไปกับการทำงาน ทำธุรกิจ รวมถึงใช้เวลากับการพักผ่อนอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่อยากเสียเวลาไปกับการเดินทาง เพื่อไปต่อคิวซื้อสินค้าถึงหน้าร้าน ซึ่งการซื้อสินค้าออนไลน์นั้น เราสามารถทำรายการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ได้ โดยใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที แต่ถ้าเราเดินทางไปซื้อสินค้าถึงหน้าร้าน เราก็เสียเวลาหลายชั่วโมง แถมยังเสี่ยงรถติด และต้องต่อคิวยาวเหยียด ทั้งนี้การเดินทางไปซื้อสินค้าที่หน้าร้าน เราต้องยกของและขนย้ายของเองด้วย จึงทำให้ไม่ได้รับความสะดวกสบายเหมือนกับการซื้อผ่านเว็บ จึงไม่แปลกที่คนหันมาซื้อออนไลน์แทนการไปซื้อจากหน้าร้าน

 

การมีเว็บไซต์นั้น ถือว่าสร้างข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจเราได้เยอะมาก ซึ่งเราจ่ายค่าทำเว็บเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่เราสามารถใช้ประโยชน์จากมันไปได้ตลอด แถมมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายในอนาคต ที่ถูกกว่าการมีหน้าร้านมาก จึงทำให้หลายๆธุรกิจเลือกที่จะขายสินค้าออนไลน์อย่างเดียว โดยไม่มีการเช่าหน้าร้านเพิ่ม เพราะค่าใช้จ่ายในการเช่าหน้าร้านในทำเลที่ดี เพื่อขายสินค้านั้น มีค่าใช้จ่ายที่สูงตั้ง อาจจ่ายรายเดือนมากถึงเดือนละ 30,000 บาทเลยทีเดียว เพื่อที่จะให้ได้ทำเลที่มีคนผ่านไปผ่านมา และสามารถที่จะขายสินค้าได้จริงๆ หากเราไม่ยอมเลือกทำเลที่ดี หรือไปเช่าหน้าร้านที่ค่าใช้จ่ายต่ำ ที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมา แน่นอนว่าเราจะไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีเท่าที่ควร ในขณะเดียวกัน การทำเว็บเราเข้าถึงคนมากมาย แต่มีค่าใช้จ่ายต่ำ ซึ่งจะอยู่ที่เราแล้วว่าคนจากทั่วโลก ที่เข้าถึงเว็บของเรานั้น เราสามารถทำให้สินค้าของเรามีความน่าสนใจ หรือทำให้สินค้าของเราโดดเด่นน่าเลือกซื้อมากแค่ไหน ความรู้ทางการตลาดเบื้องต้น อาทิเช่น การตั้งราคา การจัดโปรโมชั่น ก็เป็นอีกทางเลือกที่เราสามารถสร้างยอดขายให้สูงได้ แม้จะเป็นการทำตลาดออนไลน์ก็ตาม

 

Untitled-1

การลงโฆษณาออนไลน์นั้น ถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือก ที่จะช่วยให้เราได้กลุ่มลูกค้าเพิ่ม แม้ว่าในกระบวนการทำตลาดออนไลน์ เราสามารถหาลูกค้าได้หลากหลายวิธี ไม่จำเป็นที่จะต้องลงโฆษณาอย่างเดียว อาทิเช่น การลงประกาศในเว็บไซต์ที่เปิดให้ลงประกาศฟรี การลงขายสินค้าในเว็บ eCommerce หรือการทำ SEO ที่เป็นการทำอันดับ ให้เว็บของเรานั้นมีอันดับที่ดีในเครื่องมือค้นหา แต่หลายคนก็ไม่ละเลยที่จะศึกษาแนวทางการลงโฆษณา เพราะการลงโฆษณาออนไลน์ เป็นช่องทางที่เรามั่นใจได้ว่าจะช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายมาก ไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งรอนาน ช่องทางอื่นนั้น เราอาจจะต้องรอเป็นเวลานาน กว่าที่เราจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งอาจจะใช้เวลานับเดือนนับปีเลยก็ได้ แตกต่างกับการลงโฆษณา ที่จะช่วยให้เราเห็นผลลัพธ์ที่ดีทันทีที่สินค้าหรือบริการของเราถูกนำเสนอออกไป ทั้งนี้เราก็มีแนวคิดในการลงโฆษณาออนไลน์ ที่จะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จ ในการทำตลาดออนไลน์ในเวลาอันรวดเร็ว โดยที่ท่านไม่ต้องรอนานเป็นเดือนเป็นปีเหมือนกับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยวิธีอื่น

 

แนวทางในการเริ่มต้นยิง ads google เพื่อที่จะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จได้นั้น ช่วงเริ่มต้น ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือเราจะต้องใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุด และพยายามนำเสนอสินค้าให้ดูกว้างมากที่สุด ปกติแล้วหลายคนอาจจะไม่ใช้วิธีนี้ เพราะการใช้วิธีนี้นั้นจะทำให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลากหลายประเภท ทั้งลูกค้าที่สนใจสินค้าของเราจริงๆ และกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้สนใจสินค้าเลยก็ได้ แต่ทราบหรือไม่ว่าการที่เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายนั้น จะช่วยให้เราทราบได้ว่า ตกลงแล้วกลุ่มเปา้มหายที่แท้จริงนั้น หรือลูกค้าที่มีความสนใจที่จะซื้อสินค้าจริงๆ มักจะค้นหาคีย์เวิร์ดอะไรกันแน่ เราจะได้รู้ว่าคีย์เวิร์ดไหน หรือเราจะต้องใช้คำประมาณไหน จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี แต่หากเราเริ่มต้นด้วยการเจาะจงคีย์เวิร์ดมากเกินไป โดยใช้คำเพียงไม่กี่คำ เพราะต้องการลดความเสี่ยงนั้น บอกเลยว่าวิธีนี้จะทำให้เราเสียโอกาสเยอะมาก เพราะเราอาจจะขายได้เร็ว และมีค่าใช้จ่ายในการโฆษณาค่อนข้างต่ำก็จริง แต่เราจะไม่ได้กลุ่มลูกค้าเยอะแยะมากมาย ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มอื่นได้เลย เราจะได้ขายเพียงแค่กลุ่มลูกค้ากลุ่มเดียว เมื่อไหร่ก็ตามที่กลุ่มลูกค้ากลุ่มนั้นหมดไป หรือเราได้ขายให้กับลูกค้าในกลุ่มนั้นครบทุกคนแล้ว ธุรกิจของเราก็ไม่สามารถที่จะไปต่อได้ จึงทำให้เราขาดโอกาสที่จะได้ขยายตลาด สุดท้ายแล้วเราก็จะต้องปิดตัวลงไปในอนาคต

 

ดังนั้นในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้านั้น ให้เราเริ่มต้นด้วยการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง พยายามใส่คีย์เวิร์ดกว้างๆ เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราจะได้เห็นกลุ่มลูกค้าอย่างหลากหลาย ที่เข้ามาสนใจหรือเลือกซื้อสินค้าของเรา แล้วเราค่อยคัดเอากลุ่มลูกค้าที่สนใจที่จะซื้อสินค้าจริงๆก็ได้

 

หลายๆคนอาจจะไม่ชอบการลงโฆษณากับ Google เพราะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง มักจะต้องจ่ายเป็นคลิก เมื่อมีคนคลิกเข้ามาชมเว็บ ก็ต้องจ่ายค่าโฆษณาออกไปแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าการโฆษณาผ่าน Google หรือการยิง ads google นั้น สามารถเจาะจงกลุ่มคนได้ โดยเจาะจงเฉพาะคนที่สนใจสินค้าจริงๆได้ไม่ยาก ก็จะทำให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ที่มีความต้องการซื้อสินค้ามากกว่า ซึ่งการที่เราสามารถที่จะเข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจตัวสินค้าจริงๆ เราสามารถที่จะปิดการขายได้ง่ายมาก เพราะกลุ่มเป้าหมายมีความต้องการอยู่แล้ว หรืออาจจะมีความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้าอยู่แล้ว จึงมีความมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์มากกว่ากลุ่มคนที่ไม่เคยรู้จักสินค้ามาก่อนเลย จึงไม่แปลกที่การลงโฆษณากับ Google นั้น แม้จะเป็นทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายสูงก็จริง แต่ก็ทำให้ธุรกิจเห็นผลลัพธ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ บางธุรกิจยอมขาดทุนจากการลองผิดลองถูก โดยการลงโฆษณา Google ดูก่อนในช่วงแรก ยอมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลายกลุ่ม เพื่อที่จะทราบได้ว่ากลุ่มลูกค้ามีกลุ่มไหนบ้าง ก็จะช่วยให้ทราบถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง เมื่อทราบแล้ว ก็กลับมาผลิตสินค้าเพื่อให้ทันตามความต้องการ บางธุรกิจผลิตสินค้าส่งขายไม่ทันกันเลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะว่ารู้กลุ่มเป้าหมายทั้งหมด จนสามารถขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากันเลยทีเดียว

e

 

ช่วง Covid เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับหลายๆคน ทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับเจ้าของธุรกิจด้วย เพราะตอนนี้ไม่ว่าใครก็เลือกที่จะเก็บเงินเอาไว้กับตัว ทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายกัน ไม่ยอมนำเงินมาจับจ่ายใช้สอย เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์เลวร้ายใดเกิดขึ้นมาบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าการที่คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยนั้น ทำให้ธุรกิจต่างๆไม่สามารถขายสินค้าหรือบริการใดๆได้เลย จนทำให้กิจการมากมายจำเป็นที่จะต้องปิดตัวไป ในเมื่อไม่สามารถขายสินค้าได้ ก็ไม่มีเงินหมุนเวียนเข้ามาเป็นค่าใช้จ่ายในบริษัท ไม่มีเงินสำหรับเลี้ยงพนักงาน แต่อย่างไรก็ตามทราบหรือไม่ว่า ในช่วง Covid ที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าออกจากบ้านไปจับจ่ายใช้สอยนั้น เป็นช่วงเวลาทองของการทำตลาดออนไลน์ เพราะหลายคนเลือกที่จะซื้อสินค้าและใช้บริการต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตแทนที่จะซื้อขายผ่านหน้าร้าน แม้แต่อาหารก็มีการสั่งออนไลน์กันแล้ว ดังนั้นคนที่มีความรู้ในการทำตลาดออนไลน์ จึงได้เปรียบกว่าคนที่มีความรู้ในการขายผ่านหน้าร้านอย่างเดียว สำหรับท่านใดที่อยากจะเริ่มต้นกับตลาดออนไลน์ และยังไม่มีทักษะหรือขาดประสบการณ์ตรงในการทำตลาดออนไลน์ วันนี้มีบริษัทยิง Ads โฆษณา Google ที่พร้อมที่จะทำงานแทนท่าน มาดูกันเลยว่าหากเราจะเลือกบริษัท สำหรับทำโฆษณาให้กับธุรกิจของเรา เราควรที่จะเลือกอย่างไร ให้สินค้าของเราขายได้แม้จะเป็นช่วง Covid ก็ตาม

 

 

เทคนิคการเลือกบริษัทโฆษณาในการดูแลการยิง Ads โฆษณา Google นั้น เราจะต้องเลือกบริษัทที่ไว้วางใจได้ ต้องให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ซึ่งยิ่งบริษัทเปิดให้บริการมาหลายปี ก็ยิ่งส่งผลดี เพราะบริษัทนั้นจะมีประสบการณ์ในการทำงาน รวมทั้งสามารถนำประสบการณ์การทำงาน มาใช้ในการดูแลการยิง Ads โฆษณา Google ให้กับเราได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า เราจะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจสูงมาก หากเราเลือกใช้บริการกับบริษัทที่ขาดความน่าเชื่อถือ หรือยังไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก เราจะต้องเสี่ยงที่จะให้บริษัทนั้นลองผิดลองถูกกับเงินของเรา เพราะบริษัทมีประสบการณ์ค่อนข้างน้อย จึงไม่มีความรู้ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นกลุ่มลูกค้าที่สนใจในตัวสินค้าจริงๆ แต่การที่เราจ้างบริษัทที่มีประสบการณ์นั้น บริษัทนั้นย่อมมีประสบการณ์ในการลงโฆษณาให้กับหลากหลายธุรกิจ รวมถึงมีประสบการณ์ในการลงโฆษณาขายให้กับสินค้าแบบเดียวกับเรามาบ้าง ทำให้เราสบายใจได้เลยว่าการใช้บริการกับบริษัทโฆษณารายนั้น จะสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด เราไม่ต้องเสียเงินลองผิดลองถูกอย่างมากมาย เพราะได้ลูกค้ากลับมาทันทีที่ใช้บริการ

 

ทั้งนี้ในการเลือกใช้บริษัทโฆษณาที่จะยิง Ads โฆษณา Google ให้กับเรานั้น เราควรเลือกบริษัทที่ดูแลธุรกิจให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทนั้นควรที่จะมีบริการทำเว็บไซต์ และดูแลเว็บไซต์ให้กับเรา รวมทั้งมีบริการในการออกแบบโฆษณาให้กับเราด้วย เพื่อที่เราจะมั่นใจได้ว่าบริษัทนั้น ทำงานให้กับเราได้อย่างครบวงจร หากงานส่วนใดของเราตกหล่นหรือผิดพลาด ทางบริษัทพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราไม่ต้องกังวล เพราะหากบริษัทไม่สามารถทำงานให้กับเราได้อย่างครบวงจร หรือทำให้เราได้เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งนั้น หากวันหนึ่งเราติดขัดใดๆ เราก็ไม่สามารถที่จะไปต่อได้ ทำให้เราเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างมากมาย ทางที่ดีก็คือควรเลือกบริษัท ที่พร้อมให้บริการเราอย่างครบวงจรจะดีที่สุด ทั้งนี้หากเราเลือกบริษัทที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์นั้น จะช่วยให้เราฝากให้บริษัทนั้น ดูแลการตลาดออนไลน์ให้เราได้อย่างครบวงจร โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลามาโฟกัสการทำตลาดด้วยตัวเราเอง เราจึงมีเวลาในการทำอย่างอื่นมากยิ่งขึ้น ช่วยให้เรามีเวลาสำหรับการโฟกัสไปยังตัวสินค้าบริการของเรา และสามารถปรับปรุงสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถสร้างแบรนด์สินค้าอื่นๆได้อีกด้วย การเลือกบริษัทที่จะเข้ามาดูแลการตลาดออนไลน์ให้เรา จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ใช่ว่าเราจะเลือกโดยไม่สนใจบริษัทเลยได้ แต่ละบริษัทจะมีประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกันออกไป ทั้งที่ค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายให้บริษัทที่เข้ามาดูแลโฆษณาให้เรานั้น ย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แตกต่างกันมาก ดังนั้นอย่าลืมเลือกบริษัทให้ดีไปเลย จะได้ไม่เสียดายเงินทีหลัง

 

 

 

ความท้าทายของธุรกิจ ทำอย่างไรให้รอดในยุคโควิด

Picture2

            วิกฤตโรคระบาดอย่างโควิด ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกถึงขั้นระส่ำระสาย ไม่เว้นแม้กระทั่งกับประเทศไทยเองที่ธุรกิจน้อยใหญ่พากันปิดตัวลง ปลดคนออกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย แต่หากใครที่ยังยืนหยัดได้อยู่ก็คงต้องสู้กันต่อไป นับว่าเป็นความท้าทายของธุรกิจอย่างหนึ่ง ที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้รอดพ้นสถานการณ์นี้ไปได้

ฉันต้องรอด! – ฝ่าภาวะวิกฤตเพื่อไปเจอวิกฤตกว่า
          
ใครที่กำลังโอดโอยว่าโควิดทำเศรษฐกิจตอนนี้แย่ แล้วคิดว่าถ้าจบโควิดแล้วอะไรจะดีกว่านี้ บอกเลยว่า หลังจากที่เศรษฐกิจพัง ยังต้องใช้เวลาที่จะเยียวยา ฟื้นฟูต่ออีก 1 – 2 ปี โน้นแหละค่ะ แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งตาย เพราะเราต้องรอด! เราจะมาเตรียมตัวเพื่อฝ่าวิกฤตนี้กัน

5ff86dc56f6b9

 1.New Normal ในทุกกระบวนการ

                        ธุรกิจต้องเริ่มตื่นตัวที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์และ Business Model เพื่อเพิ่มช่องทางในการหารายได้ หากคุณยังยึดติดอยู่กับวิธีการเดิม ๆ เท่ากับว่าคุณกำลังสวนกระแสวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น นั่นแปลว่าคุณกำลังฆ่าตัวตาย กลยุทธ์ที่กำลังมาในช่วงเวลานี้ ที่ต่อเนื่องติดพันมาตั้งแต่ช่วงกักตัว นั่นคือ การเปลี่ยนจากธุรกิจออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์ จะเห็นได้ว่าช่วงกักตัว ผู้คนต่างใช้บริการออนไลน์กันเพิ่มขึ้นทวีคูณ ซึ่งยังคงต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ถือว่าเป็น New Normal ที่คนเริ่มคุ้นชิน สะดวกใจที่จะใช้บริการ การจับจ่ายซื้อของเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็ว นั่นจึงเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะคว้าเอาไว้ ส่วน Business Model  คุณจะต้องสภาพของตลาดตอนนี้ให้ออก เช่น เมื่อก่อนคุณอาจจะขายหน้าร้านเป็นหลัก แต่พอเจอโควิด คนมาเดินน้อยลง คนซื้อออนไลน์มากขึ้น ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะขายหน้าร้าน ธุรกิจคุณคงหายไปในเร็ววันแน่ ๆ และอย่าสุดท้าย คือ การแตกไลน์ของธุรกิจให้น่าสนใจมากขึ้น คุณอาจจะต้องลองทำ Mind Map ความคิดสักหน่อยว่า สินค้าของคุณมันตันแล้วหรือยัง ถ้ายัง สามารถต่อยอดอะไรออกไปได้บ้าง ซึ่งถ้าอันหนึ่งไม่ดี แต่อีกอันดีกว่า เราก็สามารถเทไปยังอันที่ดีกว่าได้นั่นเอง

5ff86dfc3c82a

 

2.ใช้ประโยชน์จากมาตรการเยียวยาของภาครัฐ

                    ผู้ประกอบการและเจ้าของกิจการจะต้องรีบประเมินสถานการณ์ธุรกิจของตัวเอง และวางแผน แนวทางที่จะนำเอามาตรการของภาครัฐมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับกิจการของตนเองมากที่สุด โดยอย่าไปจำกัดแค่ในเรื่องการกู้ยืมเงิน เพราะนั่นไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก แต่ควรขอคำปรึกษาเพื่อที่จะใช้ปรับปรุงกิจการ หรือกระบวนการภายในบริษัทให้ดีขึ้นกว่าเดิม การแนะนำเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าให้คุณงอมืองอเท้าเพื่อให้ภาครัฐเยียวยาอย่างเดียวนะคะ เพราะท้ายที่สุด การช่วยเหลือตัวเองคือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครรู้ปัญหาได้ดีเท่ากับตัวผู้ประกอบการเอง

 

3.เทคโนโลยี : กุญแจสำคัญที่จะพาให้ธุรกิจรอด

                    จากการสำรวจพบว่าหนึ่งในธุรกิจที่จะยังคงอยู่ได้ในสภาวะเช่นนี้ นั่นคือ ธุรกิจด้านเทคโนโลยี นั่นแปลว่าการเปิดรับเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยในธุรกิจของคุณเป็นเรื่องที่ควรทำ หากผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดได้ จะเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดปัญหาเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่มาจากมนุษย์อย่างการจ้างพนักงานเพิ่ม หรือต้นทุนที่มาจากทรัพยากร ข้าวของเครื่องใช้ และยังเป็นตัวช่วยเพิ่มผลผลิตต่าง ๆ ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดด้วย ให้เราจำไว้เสมอว่า ธุรกิจที่ฟื้นตัวได้เร็ว จะมีโอกาสอยู่รอดในช่วงหลังโควิดมากที่สุด และเราควรมองจุดนี้ให้เป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจของโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเดิม ๆ ไปสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น เราจึงควรมีความคิดสร้างสรรค์ การไม่ยึดติดกับอะไรเดิม ๆ และเปิดใจกว้างต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ด้วย

Picture5

 4.การรักษาความสัมพันธ์ของกลุ่มฐานลูกเก่า

                    หากคุณมีลูกค้าเก่าที่มีความเป็น Brand Loyalty แล้วล่ะก็ ควรเก็บรักษาพวกเขาเหล่านั้นไว้ให้ดี ๆ นะคะ เพราะภาวะแบบนี้มันยากจริง ๆ ที่จะหาลูกค้าใหม่ คุณอาจจะใช้วิธีพึ่งพากันระหว่างธุรกิจของคุณและกับของลูกค้า เพื่อให้เกิดการเป็นพาร์ทเนอร์ซึ่งกันและกัน การดูแลแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน จะช่วยให้เรา win-win ด้วยกันทั้งคู่นั่นเอง

            ใครกำลังประสบกับปัญหาจากวิกฤตตรงนี้ สามารถลองเอาคำแนะนำข้างต้นนี้ไปปรับใช้กับธุรกิจของตนเองดูได้ค่ะ สิ่งสำคัญคือการเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ เพราะอย่างไรเสีย เราก็ยังต้องเจอกับปัญหาอยู่เรื่อย ๆ สู้กับมันให้เต็มที่ ขอเป็นกำลังดี ๆ ให้กับทุกคนนะคะ

 

พาไปดู PeTech เทคโนโลยีสัตว์เลี้ยง ทาสหมา แมว มีเฮ!

      Picture6

     เชื่อไหมคะว่า ธุรกิจสัตว์เลี้ยงนับวันมีแต่โตกับโต เพราะเหล่าบรรดาทาสสายเปย์มักจะยอมทุ่มเท เสียเงินเพื่อให้นายท่านแฮปปี้และสะดวกสบาย เข้าคอนเส็ปต์ “เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า ลูกข้าต้องสบาย” ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เรากินมาม่าซองละ 10 บาท แต่นายท่านกินถุงละ 300 หรือจะเป็นของเล่น CF กันรัว ๆ แม้ว่าบางบ้าน เสียเงินเป็นแสน แขนไม่ไม่ยอมให้จับ แต่ก็ยังมีความสุขที่ได้ซื้อ และยิ่งเดี๋ยวนี้มีการผูกกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า ”PeTech” เข้าไว้กับของเล่น เครื่องใช้เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ทาสอย่างเรา ๆ สบายขึ้นเยอะ เราจึงจะพาไปดูกันค่ะ

 

1.Waggit

waggit4

          ถ้าคนเรามี Garmin และ Apple watch ในการเช็คสุขภาพแล้วล่ะก็ ล่าสุด Waggit ปลอกคออัจฉริยะที่จะมาตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของน้องหมาเช่นกัน นอกจากจะดูได้ว่าเจ้าหมาน้อยของเราฟิตขนาดไหน ยังช่วยให้เจ้าของดูแลสุขภาพน้องได้ดีกว่าด้วย โดย Waggit พัฒนามาให้วัดค่าต่าง ๆ ในร่างกาย ตั้งแต่ชีพจรการเต้นของหัวใจ คุณภาพการนอน อุณหภูมิร่างกาย รวมไปถึงความเจ็บป่วย แน่นอนว่าเจ้าอุปกรณ์นี้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเราเพื่อเก็บข้อมูลและประมวลผลได้ด้วย

 

2.Unicall

unicall
            เทคโนโลยีจากแดนปลาดิบที่จะทำให้เจ้าของสามารถรู้ถึงความรู้สึกและอารมณ์ของสัตว์เลี้ยงได้ โดยตัวอุปกรณ์จะมีการติดเซ็นเซอร์ในการตรวจจับอุณหภูมิร่างกาย ความเร็ว และความรู้สึกได้ นำไปเชื่อมต่อกับสามาร์ทโฟน ก็จะแสดงผลบนจอมือถือให้ได้รู้กันว่านายท่านของเราอยู่ในอารมณ์ไหน

 

3.ทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงด้วยลายจมูก

PIC
            Alipay แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ของจีนได้จับมือกับบริษัทประกัน คิดค้นเทคโนโลยีการตรวจจับลายจมูกของสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีความคล้ายของลายนิ้วมือในคน ซึ่งเทคโนโลยีจะไปทำการสร้างไฟล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว โดยใช้ลายจมูกและข้อมูลของพวกมันเพื่อยืนยันข้อมูล ทางอาลีเพย์มีเคลมมาด้วยค่ะว่า ระดับความแม่นยำมีมากถึง 99%

 

4.Petcube กล้องเลเซอร์อัจฉริยะ

petcube
          
gadget เอาใจทาสที่จะสร้างความบันเทิงให้เหล่าสัตว์เลี้ยงได้ในเวลาที่เจ้าของไม่อยู่ ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยม ขนาดกะทัดรัด ที่มาพร้อม Wi – fi camera, intercom system และ laser สีแดง ที่จะช่วยให้เจ้าเหมียวได้ขยับ ออกกำลังกาย วิ่งไล่ได้อย่างสนุก ซึ่งไฮไลท์ของตัวนี้อยู่ที่คุณสามารถเห็นเจ้าเหมียวผ่านทางโทรศัพท์ที่เราได้เชื่อมต่อ gadget กับสมาร์ทโฟนเอาไว้ค่ะ ตัวเครื่องมีกล้องให้เราดูและเล่นกับน้องแบบเรียลไทม์กันไปเลย แถมยังบังคับเลเซอร์ได้ตามต้องการ เรียกว่าน้องเหมียวจะไม่เหงาอีกต่อไป แม้ว่าเราจะไม่อยู่บ้าน นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายรูปเพื่อแชร์ลงโซเชียลได้อีกด้วย

 

5.Smart Cat Feeder by Bistro

Picture1
          
นวัตกรรมสุดล้ำกับเครื่องให้อาหารแมวอัจฉริยะจาก Bistro ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมแข่งขันนวัตกรรมที่จัดโดย Indiegogo แพลตฟอร์มระดมทุนขนาดใหญ่ที่จะจัดแคมเปญเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม ศิลปะ และภาพยนตร์ ความพิเศษของเจ้าเครื่องนี้อยู่ที่สามารถวิเคราะห์และจดจำใบหน้าของเจ้าเหมียวแต่ละตัวได้

ช่วยควบคุมการให้อาหารเวลาที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน เพียงแค่เจ้าเหมียวมายืนอยู่ที่หน้าเครื่อง จะมีเซ็นเซอร์วัดน้ำหนัก จากนั้นเครื่องจะวิเคราะห์ใบหน้า และเก็บรวบรวมประมวลผลปริมาณอาหารและน้ำที่กินส่งไปยังสมาร์ทโฟนของเจ้าของ ทำให้เจ้าของอย่างเรารู้ถึงพฤติกรรมการกินอาหารของเจ้าเหมียว เพื่อนำมาปรับให้เหมาะสมกับแมวแต่ละตัว นอกจากนี้ ที่เจ๋งกว่านั้นคือ กล้องดังกล่าวนี้ยังสามารถบันทึกวีดีโอขณะที่เจ้าเหมียวกำลังกินข้าวส่งไปยังเจ้าของได้อีกด้วย

Bistro

 

6.Bow-Lingual Dog Translator

Picture3

          ถ้าโดราเอมอนมีวุ้นแปลภาษา Bow-Lingual ตัวนี้ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันค่ะ เพราะเป็น Gadget ที่พัฒนามาเพื่อแปลงเสียงเห่าของสุนัขมาให้เจ้าของอย่างเรา ๆ เข้าใจว่าน้องหมานั้นกำลังสื่อสารอะไรกับเราบ้าง ซึ่งการแปลงผลจะออกมาในรูปแบบของภาพที่แสดงอารมณ์ เช่น กำลังหิว กำลังเศร้า เจ้าสิ่งนี้อาจจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและน้องหมาได้ดียิ่งขึ้นก็ได้

 

7.Furbo Dog Camera

Picture4

            Gadget ตัวนี้น่าจะถูกใจทาสหลาย ๆ คนนะคะ เพราะเป็นกล้องที่ทำออกมาเพื่อดูแลเหล่านายท่านของเรา ที่เคยไหมคะต้องไปทำงานต่างจังหวัดหลายวัน แต่เป็นห่วงว่าน้อง ๆ จะอยู่บ้านกันอย่างไร เพียงแค่มี Furbo ทุกความกังวลใจจะหมดไป เพราะเจ้าของสามารถดูสัตว์เลี้ยงผ่านมือถือได้ จะฟังเสียงน้องหมาน้องหมา หรือจะส่งเสียงทักทายก็ยังได้ ไฮไลท์ยังไม่หมดเท่านี้ ถ้าอยากให้อาหารก็ทำได้เช่นกัน แค่กดสั่ง อาหารก็จะถูกดีดออกแล้ว เพียงเท่านี้ระยะทางก็จะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป

            เทคโนโลยีเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับเราก็จริง แต่อย่าลืมว่าอย่างไรเสียเจ้านายตัวน้อยของเราก็ยังต้องการทาสอย่างเรามากที่สุด ทางที่ดีแบ่งเวลาเล่นและเอาใจใส่พวกเขาวันละนิดน่าจะดีกว่านะคะ

ถอดรหัส โลกเสมือนจริง ช่วยธุรกิจได้จริงหรือ?

Picture6

         ปัจจุบันโลกกำลังก้าวสู่ยุคของเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ที่มีเครื่อข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนประกอบหลักที่ก่อให้เกิดการแข่งขันในการนำเทคโนโลยีมาใช้ทางธุรกิจ อย่าง Virtual Reality (VR) โลกเสมือน VR ทำให้เราวาร์ปการรับรู้ของผู้ใช้เข้าไปยังอีกโลกหนึ่ง โดยใช้การเรนเดอร์ด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกให้ออกมาสวยงามสมจริง จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงช่องทางการติดต่อสื่อสารใหม่ ๆ เราอาจจะพอนึกออกว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ถูกนำไปใช้ในด้านบันเทิงเสียมาก แต่จริง ๆ แล้วโลกเสมือนจริงสามารถช่วยภาคธุรกิจได้จริง ๆ น่ะหรือ เราจะพาถอดรหัสเพื่อหาคำตอบนั้นกันค่ะ

 

Virtual Reality (VR): เทคโนโลยีโลกเสมือน
            เป็นการจำลองวัตถุหรือองค์ประกอบเสมือนโดยผ่านอุปกรณ์สารสนเทศ ซึ่งผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่นั้นเลยก็ได้ พูดง่าย ๆ คือการสร้างโลกเสมือนที่ตัดขาดโลกภายนอกได้อย่างไร้ร่องรอย โดยทั่วไปจะใช้อุปกรณ์อย่างแว่น VR เมื่อเราใส่แว่นนี้ บรรยากาศรอบข้างจะเปลี่ยนไปตามสถานที่เสมือนจริงต่าง ๆ ที่อยู่ในแว่น เราสามารถเห็นแบบ 360 องศา ซึ่งเราจะพบได้มากในอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างธุรกิจเกมและการสื่อสารที่จะทำให้เราสามารถใกล้ชิดกันได้มากกว่าที่เคยเป็น

5ff4969d86c95

 

 

Augmented Reality (AR): เมื่อโลกเสมือนมาบรรจบกับความจริง
        
เทคโนโลยีที่มีการผสมผสานโลกเสมือนเพิ่มเข้าไปในโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อทำให้เกิดการกลมกลืนกันให้มากที่สุดจนมนุษย์อย่างเรา ๆ แยกไม่ออก โดยทำการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ เช่น Webcam สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ รวมถึงการใช้ Software ต่าง ๆ เพื่อจะทำให้ภาพที่เห็นในจอกลายเป็นภาพ 3 มิติ และมีมุมมอง 360 องศา อย่างเกมที่ดังมากในช่วงหลายปีที่ผ่าน “Pokemon GO” ซึ่งเราสามารถจับโปเกมอนที่โผล่ออกมาในสภาพแวดล้อมจริง ๆ ได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน นับว่าประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย

picture1

 

Augmented Reality ก้าวมาสู่บทบาทในภาคธุรกิจ
          
 โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้การให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องราวของแบรนด์สินค้าหรือการเข้ามามีประสบการณ์ร่วมกับสินค้าถือเป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมการขายได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกัน Augmented Reality (AR) ในธุรกิจค้าปลีกต่าง ๆ ก็ได้นำเทคโนลีดังกล่าวนี้มาเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามามีประสบการณ์ร่วมกับสินค้าในโลกเสมือนจริงผ่านแอพพลิเคชั่น AR แบบโต้ตอบและนำเสนอมุมมองของตัวสินค้าในหลายมิติ ทั้งได้สัมผัส ทดลองสินค้า ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการช่วยตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์ให้ง่ายขึ้นนั่นเอง เช่น ธุรกิจแบรนด์เครื่องแต่งกายและรองเท้าชื่อดังอย่าง Timberland ก็จับเอาเทคโนโลยี AR โดยการสร้าง Virtaul Fitting Mirror ขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้ลองนำผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มาทาบกับตัวแทนการลองเสื้อผ้า รองเท้าจริง ๆ แน่นอนว่าลูกค้าสามารถสนุกสนานกับความแปลกใหม่และตื่นตาตื่นใจ

5ff496f2abbf7

            หรืออย่างแวดวง Jewelry เอง บางครั้งการเลือกซื้อออนไลน์แบบเดิม ๆ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเครื่องประดับนั้นเหมาะสมกับเราหรือไม่ ถ้าเราไม่ได้ไปลองด้วยตัวเอง ด้วยความที่สินค้าอัญมณีเชื่อมโยงและสะท้อนกับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน รวมถึงความหรูหราและราคาที่สูง ดังนั้น การนำเสนอสินค้าให้มีความน่าสนใจ มีสตอรี่เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะนำมาเป็นจุดขายให้เกิดความโดดเด่นในการตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะการขายบนโลกออนไลน์ ที่ได้นำแอพพลิเคชั่น และการถ่ายภาพมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้ลูกค้าได้ลองสินค้าจริง ๆ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปยังหน้าร้าน

 

Picture4

Picture5

            นอกจากการเล่าเรื่องราว การสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแบรนด์สินค้าและลูกค้าแล้ว ยังเป็นการสร้างความพึงพอใจ ความเชื่อมั่นและโน้มน้าวให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้มากขึ้นด้วย   

 

            นอกจากนี้ เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR) เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถใช้ในการเผยแพร่แบรนด์สินค้าไปทั่วโลก ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้เป็นจำนวนมาก เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว เปรียบเทียบกับกลยุทธ์ทางการตลาดเดิม ๆ ที่นำเสนอขายเครื่องประดับในแคตตาล็อกราคาแพงพร้อมภาพสุดหรู กับการใช้ Augmented Reality (AR) ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจมากขึ้น นั่นเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนโดย AR สามารถนำเสนอข้อมูล ทั้งในการถ่ายทอดเรื่องราว การสัมผัสกับสินค้าเสมือนจริง ซึ่งสามารถให้รายละเอียดให้กับลูกค้าได้ในทุกมุมมอง AR จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความเสมือนจริง และยังช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอและมั่นใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อนั่นเอง

Page 1 of 3